ผู้สาวขี้เหล้า


จริง ๆ  คือ  ข้าพเจ้าไม่ได้ติดตามฟังเพลงมานานแล้ว

คือถ้าเพลงที่มันไม่เป็นกระแสจริง ๆ  ก็หมดสิทธิ์ฟัง

แต่เมื่อไม่นานมานี้

ห้องข้าง ๆ  นี่แหละครับ

เปิดเพลงดังมาก

แล้วก็เปิดเพลงนี้แหละทุกเช้า

( จริงๆ  ก็ไม่เช้าหรอก  สาย ๆ  ประมาณ ๑๐ โมง

ซึ่งมันเป็นเวลาที่ข้าพเจ้าตื่นนอน  โดยประมาณ  พอดี

ข้าพเจ้าก็เรียกเวลาแบบนี้ว่า  "เช้า" )

มัน--เขาก็เปิดเพลงนี้แหละครับ

ห่าเอ๊ย!

คือฟังแรก ๆ  นี่  ได้แต่ทำนอง

ทำนองมันแปลกดี

ต้องตั้งใจฟังประมาณ  ๒  วัน

จึงฟังรู้เรื่องว่า  มันร้องว่าอะไรวะ

(แล้วบางทีที่เราตั้งใจฟังเพลง  นี่มันไม่ได้มีแต่เสียงเพลงไง

เสียงอื่นแม่งก็เล็ดลอดเข้าไปด้วย  ๕๕๕  )

แล้วก็เอามาหาในกูเกิ้ล

(ถ้าอยากรู้ว่าฟังยากขนาดไหน

ลองฟังแบบไม่ดูซับไตเติ้ลดูนะครับ)


แหม  มันเป็นเพลงที่ทำดีจริง ๆ  ครับ

คนร้องนี่ต้องยอมรับว่า  เนื้อเสียงดีมาก

การ  featuring  ก็ทำได้เนียน

ดนตรี  เนื้อเพลง  (ไม่ใช่เนื้อหา)  ดีหมด

ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อน  ค่ายเพลงอินดี้ ๆ  แบบนี้

ถ้าไม่ทุนหนาจริง  ทำอย่างนี้ไม่ได้นะครับ

ยุคนี้มันเป็นยุคของคนตัวเล็กตัวน้อย

ค่ายเพลงเล็ก ๆ  ทำออกมาเพลงเดียวก็ดังและปังได้

เป็นยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านที่น่าจับตามองมาก ๆ


ข้าพเจ้าลองไปหาเพลงที่นักร้อง  เมย์  จิราพร  เคยร้องไว้ดู

แต่ไม่มีเพลงไหนดีเท่าเพลงนี้

แต่นักร้องหญิงของเราคนนี้

มีเอกลักษณ์หรือ  signature อย่างหนึ่ง

คือเพลงของเธอ  ต้องมีคำว่า  "ผู้สาวเก่า"

อันนี้ก็ถูกต้องกับหลักการตลาดเป็นอย่างยิ่ง



เพลงนี้ถ้าจะเอากระแสแบบ  mass  ข้าพเจ้าคิดว่าน่าจะ  mass  แน่

เพราะโดยเนื้อหาของเพลง  อกหัก  กินเหล้า  เป็นอะไรที่  commonly  อยู่แล้ว

ดนตรี  นักร้องเสียงดีอีก  ทันสมัยอีก

เรียกง่าย ๆ  ว่า  ไม่มีที่ตำหนิเลย


เดี๋ยวจะหาว่าข้าพเจ้าพูดเกินจริง


ลองมาฟังกันดูครับ





ป.ล.

285  อาชา  ลีโอ  
จ่ายค่าโฆษณาหรือเปล่าครับ
5555


Arty
01/08/60




ก่อนรักถนอม


เมื่อนานแล้วแหละ

หลายวันแล้ว  น่าจะตั้งแต่ตอนที่ข้าพเจ้ากลับบ้านเพื่อพักผ่อน

แต่ความจริงแล้วไม่ได้พักผ่อน

ข้าพเจ้าวางแผนเอาไว้ว่า

หมดธุระการงาน  จะกลับบ้านเพื่อพักผ่อน

คือจะไม่ทำอะไรเลย

ตื่นเช้ามา  เล่นกับหมา  เล่นกับหลาน

แล้วก็ปั่นจักรยาน  ไปดูท้องไร่ท้องนา

แต่ก็นั่นแหละ

การงานอันไม่คาดคิดก็จู่โจมเข้ามา

เรียกว่าจู่โจมจริง ๆ

เพราะเราไม่เคยทำงานพวกนี้มาก่อน

ส่วนงานที่เคยทำมาก่อน

คิดว่า  จะทำกันนิดเดียว  แต่กลับมานักเขียนส่งต้นฉบับกันมา

เลยต้องทำกันยาว

เพราะจะต้องทำให้เสร็จเรียบร้อยทันกำหนดการโปรโมทหนังสือ

ที่ร้านหนังสือ  คิโนะคูนิยะ

ทั้งสามสาขา

ซึ่งแน่นอนว่า  เรื่องที่เล่ามาทั้งหมด

ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้แม้แต่น้อย

แต่อย่างไรก็ตาม

ถึงจะไม่เกี่ยว  แต่ก็อาจจะดูเหมือนเกี่ยวอยู่บ้าง

เพราะธุระการงานนี้เอง  ทำให้ข้าพเจ้าต้องทำงานหนัก



เรื่องธุระการงาน  ประเดี๋ยวข้าพเจ้าคงจะได้มาพูดถึงอีกคำรบหนึ่ง

ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

อยากบันทึกความทรงจำเอาไว้

ว่า  ครั้งหนึ่งเราทำงานกันหนักหนาแค่ไหน

และยากลำบากเพียงไร

ซึ่งคิดว่า  มันไม่น่าจะมีอะไรในอนาคตเกี่ยวกับงานพวกนี้

ที่เราจะได้ทำกันโหดขนาดนี้อีกแล้ว

แต่ก็ไม่แน่

เรื่องอนาคตเป็นเรื่องพยากรณ์ไม่ได้

เพราะข้าพเจ้าก็ไม่ได้มีอนาคตังสญาณ

ที่จะล่วงรู้อนาคต

เราอาจจะทำงานหนักกันกว่านี้ก็ได้

เราอาจจะต้องทำงานมากกว่านี้ก็ได้

แต่ที่แน่ ๆ  ข้าพเจ้าสนุกกับการทำงาน

การงานทางโลก  มันสนุกเพราะทำเสร็จมันก็ได้เงินได้ทอง

มาจับจ่ายใช้สอย  หรือใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น

ส่วนการงานทางธรรม  ก็สนุก  เพราะทำแล้วได้ประโยชน์

ทำแล้วเห็นผล  คือมีความสงบงาม  มีความดีงาม

คืออะไรก็ตามแต่  เราทำแล้วมีผลงานที่ดี  เราก็อยากทำ

ทำแล้วสนุก  ก็ทำไปเรื่อย ๆ

ผลสุดท้ายของการงานทั้งหลายมีอยู่

และเราแต่ละคนก็ล้วนต้องเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางนั้นด้วยกันทุกคน


เมื่อนานมาแล้วแหละ  อย่างที่กล่าวข้างต้น

ข้าพเจ้าก็ฝัน

เป็นความฝันที่เหมือนจริงมาก ๆ

ข้าพเจ้าฝันถึงผู้หญิงที่เคยจีบ

ฝันถึงการพูดคุยกัน

เป็นความแปลกประหลาดอย่างแท้จริง

ในชีวิตจริงเราไม่ค่อยได้คุยกันหรอก

ตั้งแต่ไหนแต่ไร

และในชีวิตจริง  ทุกวันนี้เขาก็แต่งงานมีผัวไปแล้ว

ซึ่งก็ไม่ทราบว่า  ข้าพเจ้าจะฝันถึงเขาหาพระแสงอะไร

แต่นั่นแหละ  มันเป็นความฝัน


ข้าพเจ้ามาตรึกถึงผู้หญิงอีกคน

และวันต่อว่าข้าพเจ้าก็ฝันถึงเธอผู้นั้น

อันนี้เป็นคนละคน

เป็นผู้หญิงที่เราจีบนั้นแหละ

เคย

นอกจากฝันว่าได้พูดคุยกัน

ก็ฝันถึงอีกในวันต่อมา

ฝันถึงการสวมกอดและให้กำลังใจ

มันเแปลกอยู่อย่างหนึ่ง

ความฝันเหล่านี้มันมีภาพที่ฉายชัด

และเป็นความทรงจำ

และอย่างไม่เคยลืมเลือน

ข้าพเจ้าก็จำได้

มันน่าจะมีอะไรที่ฝังใจอยู่มากพอสมควร

แม้วันเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหร่



ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าฝันถึงสตรีที่มีผัวแล้วนั้น

ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมา

ก็พลันนึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา

"ก่อนรักถนอม  บ่เคยให้หม่นหมองมัว..."

ช่างแปลกเสียจริง

เวลาข้าพเจ้าฝันแล้วตื่นขึ้นมา  มีเพลงออกมาด้วย

และข้าพเจ้าก็จำมันได้ด้วย

ราวกับว่า

ชีวิตของคนเรามีบทเพลงบรรเลงกล่อม

ทุกจังหวะของทุกย่างก้าว

เราก็มีเพลงบรรเลงเคล้าคลอไปอย่างนั้น

ก่อนที่เราจะตื่น  และในความฝัน

อาจมีบทเพลงก็ได้

แต่บางครั้ง

บทเพลงทั้งหลาย

เราก็ไม่ได้ยินง




ธัชชัย ธัญญาวัลย
๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๐


รับปริญญาเวย์ ๑

นานเท่าไหร่แล้วไม่รู้
ข้าพเจ้าไปงานรับปริญญาเวย์
เวย์  คือ  น้องของวิว
และเป็นพี่ของวุ้น

นานเท่าไหร่แล้วไม่ทราบ
อาจจะเป็นฤดูหนาวก็ได้
ถ้าข้าพเจ้าจำไม่ผิด
แต่ข้าพเจ้าอาจจะจำผิดก็ได้

นานมาก ๆ  จริง ๆ  ที่ข้าพเจ้าไม่ได้เข้าไป
ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น
แต่ความทรงจำก็ยังทำงานนของมันอยู่เสมอ

ข้าพเจ้าเป็นคนทำรูปช้ามาก
นี่ก็ไม่ทราบว่าผ่านไปกี่ปีกี่เดือนแล้ว
และแน่นอนว่า
รูปก็ยังทำไม่เสร็จ
และยังเหลือค้างอยู่อีกจำนวนมาก
ที่รอวันให้ทำการ  process
ออกมาเป็นรูปตามแบบที่ข้าพเจ้าต้องการ

จริง ๆ  ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้ซื้อคอมมาใหม่
ก็คงไม่ได้มีความกระตือรือร้นจะทำรูป

มันเป็นความสุขใจนิด ๆ  ที่เราได้ทำรูปภาพ
ตกแต่งตรงนี้บ้างตรงนั้นบ้าง
ได้เลือกว่า  รูปไหนที่เราชอบหรือไม่ชอบ

โปรแกรม Lr  ทำให้รูปที่บางส่วนมืดไป
บางส่วนสว่างไป
กลับมาเป็นรูปที่ค่อนข้างพอดีได้มาก

ข้าพเจ้าลงรูปไว้ที่บล็อกก็แล้วกัน

ภาพมันไม่ค่อยแตก
ลงไว้ในเฟซบุ๊ก
ภาพมันถูกบีบอัด
ถ้าจะลงแบบไม่บีบอัด
ก็นานเหลือเกิน

การดูภาพจากจอชนิด Retina
ทำให้ภาพเก่า ๆ  ดูกากไปในพริบตา
กล้องรุ่นแพง ๆ  บางรุ่น
ไฟล์ไม่หนาแน่นพอสำหรับหน้าจอยุคใหม่เสียแล้ว

อันนี้เป็นภาพชุดแรก
ภาพชุดต่อไปอาจตามมา
ถ้า....

5555




























สามารถคลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้นได้นะครับ
อันนี้เป็นความละเอียดประมาณ  150 dpi
คิดว่า คงเพียงพอสำหรับจอ Retina
ต่อไปคิดว่า  คงไม่ได้ทำ Resolution นี้แล้ว
ทำ 300 up  ขึ้น
เหมือนการพิมพ์กระดาษไปเลย
จึงจะสามารถแสดงผลได้ดีกระมัง


ธัชชัย  ธัญญาวัลย


จันทุบรี ณ ที่ซึ่งเคยมีเรือสำเภาแล่นผ่าน

สืบเนื่องจากการไปเที่ยวจันทบุรี ที่ไม่ได้เข้าไปในตัวเมืองจันท์แม้แต่น้อย ที่ผ่านมา
จริง ๆ ก็ไม่ได้กะจะไปถ่ายรูปหรืออะไร แต่มันมีกล้องติดไป ก็อดถ่ายไม่ได้
และถ่ายมาเพียงที่เดียว คือ ปากน้ำแขมหนู
ปากน้ำแขมหนู จริง ๆ ไม่ใช่บริเวณทางเศรษฐกิจ และไม่ค่อยมีคนอาศัยอยู่ มีชาวบ้านอยู่นิดเดียว
สมัยก่อน ปากน้ำแห่งนี้เป็นทางผ่านของพวกฝรั่งเศส สมัยที่ฝรั่งเศสยึดจันทบุรี ฝรั่งเศสล่องเรือสินค้าผ่านปากน้ำแขมหนู เข้าไปที่อำเภอท่าใหม่ และจากท่าใหม่ไปจันทบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางที่สะดวกกว่าทุกเส้นทาง
และแน่นอน สมัยก่อน ปากน้ำแขมหนู ก็ไม่มีคนอาศัยอยู่เท่าไหร่ เรียกว่า เงียบอย่างไร ก็ยังคงเงียบอย่างนั้น 5555
ป.ล. ก็อย่างที่ว่า โหลด Lr มาลองใช้ดู มันใช้ดีมาก และสามารถเปลี่ยนภาพถ่ายกาก ๆ ให้เป็นภาพสวย ๆ ได้อย่างรวดเร็ว


เบื้องหน้าโน้นคือแหลมสิงห์



ณ ที่ซึ่งเคยมีเรือสำเภาแล่นผ่าน 
เดี๋ยวนี้มีแต่เรือหาปลา



มองจาก เขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน




อนุสาวรีย์ปลา และไข่มุก  
จริง ๆ น่าจะทำอนุสาวรีย์อื่นที่เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์มากกว่า




เรือกำลังจะลอดใต้สะพาน ( บอกทำไม  555 
น่าจะตั้งชื่อให้คูล ๆ  กว่านี้หน่อย  เช่น  เรือชีวิต  ซึ่งมีนกบินสวนทาง
หรืออะไรเทือกนี้  555 )



ข้าพเจ้าก็แปลกใจเหมือนกัน เขามากันสองคน 
ขับรถมามองดูทะเล แล้วก็ขับจากไป 
ชีวิตนี้มันช่างแอบเสิร์ด 555
( จริง ๆ  อยากเข้าไปบอกเขานะว่า  เนี่ยถ่ายรูปไว้  อยากได้รูปไหม
เดี๋ยวจะส่งให้ทางไลน์  หรือ เฟซบุ๊ก  แต่ก็ไม่ได้ทำ
นี่แหละข้าพเจ้า  :P )




คนตกปลามีอยู่ทั่วไป 




จริง ๆ  ถ่ายมุมกว้างกว่านี้มาด้วย  
แต่เก็บไว้ดูคนเดียวไปก่อนก็แล้วกัน
สะพานนี้สวยจริง ๆ  



ชุมชนชาวเล ถ่ายจากบนสะพาน



วัดด้านหน้า ข้าพเจ้าเคยหลงเข้าไปครั้งหนึ่ง 
ตั้งแต่สมัยเคยอยู่จันทบุรีใหม่ ๆ



ปากน้ำแขมหนู



มันเป็นถนนที่โรแมนติก และสวยงามมาก ๆ ตรงตีนสะพานตรงนี้ 
แต่ก็อย่างว่า มันค่อนข้างเงียบและเหงา



มีรถขายปลาหมึกอยู่ ๑ คันถ้วน
อีกคันมาจอดคุย  ไม่รู้ได้ขายบ้างไหม
หลังจากข้าพเจ้าซื้อแล้ว
เขาก็ขับจากไปเลย (คงรอลูกค้าคนสุดท้าย 555)



สะพานเฉลิมพระเกียรติ ถ้าสะพานถัดไปตรงแหลมสิงห์ 
จะเป็นชื่อ  สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน



ตัวละ ๘๐ ใหญ่มาก ๆ  
ตัวละ ๑๐ น่าจะเท่ากับตัวละ ๔๐ ที่ขายกันที่กรุงเทพฯ



เพื่อนกิน 
ซื้อปลาหมึกเสร็จ มันเดินยิ้มมาเลย 
เดินยิ้มมาราวกับว่า  เคยรู้จักกันแต่ชาติปางไหน
มาทำเป็นตีซี้  555
มันกินอย่างเอร็ดอร่อยมาก 
มันชื่อ ไอ้ทุเรียน เด็ก ๆ แถวนั้นเรียกมันว่าอย่างนั้
ภาพนี้แสดง motion ของไอ้ทุเรียนว่า 
มันสะบัดหัวอย่างรุนแรงแค่ไหนในการเคี้ยวปลาหมึก 555



กำลังจะขับรถกลับที่พัก (ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ นั่นแหละ) 
มองเห็นรุ้งกินน้ำพอดี เลยถ่ายเก็บไว้
ช่างแสดงให้เห็นถึงวาสนาบารมีอันสูงส่งแท้ ๆ  
มีสายรุ้งส่งขึ้นรถ  5555



บรรยากาศแถวที่พัก Lr ดีมาก สามารถดึงรายละเอียดส่วนท้องฟ้า 
ทำให้เห็นก้อนเมฆได้อย่างสวยงาม



ที่พัก แนะนำว่า ถ้ามีที่พักอื่นก็พักที่อื่น 
หรือถ้าไม่มีที่อื่นมาพักที่นี่ก็เงียบดี 
ไม่ดีไม่เลว 
แค่มันเงียบมาก เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม




ที่พักติดถนน ถนนติดทะเล บรรยากาศดี 
สองข้างของที่พักนี้เป็นบ้านร้าง และที่ดินรกร้าง 
อีกข้างมีป่าสน อีกข้างเป็นทุ่งผักบุ้งทะเล 
555



ตัวห้องพักจริง ๆ มันดีมาก ชิว สบาย


จริง ๆ  มีภาพเยอะมาก  และมีครบทุกมุมเลย  
แต่ขี้เกียจทำ  ก็เลยออกมาได้เท่านี้
จริง ๆ  ก็เคยถ่ายที่อื่น ๆ  มาแล้ว แถบ ๆ  นี้
พวกคุกขี้ไก่  หรือ ตึกแดง  หรืออะไร
น่าจะมีอยู่ในบล็อก  ลองค้น ๆ  ดูก็ได้ครับ



ด้วยรัก
ธัชชัย  ธัญญาวัลย
มิถุนายน ๒๕๖๐


ป.ล. สามารถคลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ได้นะครับ


Symphony


ฟังเพลงกันเถอะ ฟังเพลงกันเถอะ


"Symphony"(feat. Zara Larsson)






[Zara Larsson:]
I've been hearing symphonies
Before all I heard was silence
A rhapsody for you and me
And every melody is timeless
Life was stringing me along
Then you came and you cut me loose
Was solo singing on my own
Now I can't find the key without you

And now your song is on repeat
And I'm dancin' on to your heartbeat
And when you're gone, I feel incomplete
So if you want the truth

I just wanna be part of your symphony
Will you hold me tight and not let go?
Symphony
Like a love song on the radio
Will you hold me tight and not let go?

I'm sorry if it's all too much
Every day you're here, I'm healing
And I was runnin' out of luck
I never thought I'd find this feeling
'Cause I've been hearing symphonies
Before all I heard was silence
A rhapsody for you and me
(A rhapsody for you and me)
And every melody is timeless

And now your song is on repeat
And I'm dancin' on to your heartbeat
And when you're gone, I feel incomplete
So if you want the truth

I just wanna be part of your symphony
Will you hold me tight and not let go?
Symphony
Like a love song on the radio
Will you hold me tight and not let go?

And now your song is on repeat
And I'm dancin' on to your heartbeat
And when you're gone, I feel incomplete
So if you want the truth

I just wanna be part of your symphony
Will you hold me tight and not let go?
Symphony
Like a love song on the radio
Symphony
Will you hold me tight and not let go?
Symphony
Like a love song on the radio
Will you hold me tight and not let go?

คุ้งน้ำนาคำน้อย : ณ ที่ซึ่งแม่น้ำไหลเอื่อย...เราจะไม่มีความรักอีกต่อไป





ภาพเหล่านี้ถ่ายเมื่อประมาณปีใหม่ 2558  เป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิตช่วงหนึ่งของข้าพเจ้า
กลางปี 2557  ถ้าจำไม่ผิด  ข้าพเจ้ามีเหตุต้องเลิกรากับคนรักกะทันหัน  
แม้ว่าเราจะทำใจต่อการพรากจากเสมออยู่แล้ว  ก็ไม่วายที่จะโศกเศร้า

และนับเป็นความโศกเศร้าที่หนักหนาที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

กระนั้นก็ดี  มันทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าใจหลาย ๆ  สิ่ง  หลาย ๆ  อย่าง
มันทำให้เราได้รับรู้ว่า  ความโศกเศร้าเป็นเช่นนี้
ภาวะของความคับแค้นใจและทุกข์ทรมานมันเป็นเช่นนี้
และที่สำคัญที่สุด  มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่า เราได้ผ่านช่วงเวลาแห่งความเลวร้ายนั้นมาได้อย่างไร




ถ้าจะว่าไป  ในชีวิตนี้  ข้าพเจ้าไม่ค่อยมีเรื่องราวให้โศกเศร้ามากนัก
ความจริงช่วงเวลาอื่นของชีวิตที่มีปัญหา  
เราอย่าเรียกมันว่า  ช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า เลย
เพราะอย่างดีก็เป็นแค่  ช่วงเวลาแห่งความหนักอกหนักใจมากกว่า
ซึ่งช่วงเวลาเหล่านั้น  ไม่นานเราก็ผ่านมันไปได้

ข้าพเจ้าคิดว่า  ช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านั้นก็เช่นกัน  เราต้องผ่านมันไปให้ได้
แต่ในขณะที่เราเผชิญอยู่นั้น  บางครั้งบางขณะมันก็ยากลำบากกว่าที่คิด

เป็นเวลาเกือบหกเดือน  ที่ข้าพเจ้าอยู่ในภาวะซึมเศร้า  โดยพยายามหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลา
จนกระทั่งช่วงปีใหม่  ซึ่งก็เป็นปกติของชีวิตที่ข้าพเจ้าต้องไปอยู่วัด
ครั้งนี้เนื่องจากข้าพเจ้าไม่มีห่วงอะไรมาก
จึงไปอยู่ประมาณ  9 วัน  9  คืน
รายละเอียดของการแก้ไขจิตใจตัวเองและผู้ที่คอยช่วยเหลือในขณะนั้น  มีเยอะมาก
คิดว่า  ข้าพเจ้าคงจะได้เล่าในโอกาสต่อไป

สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าอยากเล่าไว้ในตอนนี้ก็มีแค่ว่า
หลังจากที่ข้าพเจ้าออกจากวัดมาตั้งแต่ครั้งนั้น
ภาวะซึมเศร้าก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง
รวมทั้งภาวะความเศร้าบางอย่างของข้าพเจ้าด้วย

ความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนข้าพเจ้าได้กลับไปเป็นเด็กอายุ 14  อีกครั้ง
ซึ่งอายุ  14  ของข้าพเจ้า  ไม่ใช่อายุที่มีแฟนเป็นครั้งแรก (ฮา)
แต่เป็นอายุที่ข้าพเจ้าเริ่มศึกษาเรื่องสมาธิเป็นครั้งแรก
และศึกษาอย่างจริงจัง  และปฏิบัติเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
เป็นภาวะที่ปลอดโปร่งโล่งสบาย  ไม่มีเครื่องเหนี่ยวรั้งจิตใจ




หลังจากออกจากวัดเมื่อปีใหม่  2558
ข้าพเจ้ามีความคิดใหม่เกี่ยวกับความรัก  และปฏิบัติตนเป็นคนใหม่
หรือความจริงถ้าจะพูดให้ถูกคือเป็นคนเดิมเหมือนเมื่อตอนอายุ  14
ตอนที่เรามีความอิสระเต็มบริบูรณ์ในด้านของจิตใจ  แต่เพิ่มเติมคือประสบการณ์ที่มากขึ้น

รายละเอียดการต่อสู้กับความเศร้า  คิดว่า  คงได้เล่าอีกครั้งเมื่อมีโอกาส

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ล่วงหน้าครับ
(พรุ่งนี้คลินิกของเราหยุดงาน  เนื่องในวันแห่งความรัก  อิอิ)




ป.ล.  ภาพเหล่านี้ข้าพเจ้าไม่ได้ใส่ลายน้ำเอาไว้  เพราะคิดว่า  ถ้าคนอื่นขโมยไปข้าพเจ้าก็รู้อยู่ดี
เพราะมุมที่ถ่ายนี้  เป็นมุมที่  exclusive  มาก ๆ  ที่วัดป่านาคำน้อย
มีน้อยคนที่จะได้เห็น  และยิ่งน้อยคนมากที่จะได้ถ่ายรูป  และถึงจะได้ไปใกล้ ๆ  เพื่อถ่ายรูป
ก็ไม่มีทางที่จะได้ภาพในมุมนี้อย่างแน่นอน  ^_^
ป.ล. 2  ข้าพเจ้าได้มอบภาพเหล่านี้ให้ทางวัดเพื่อใช้ประโยชน์ตามที่ทางวัดเห็นสมควร
หากท่านจะเห็นภาพเหล่านี้ในหนังสือของวัด  ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร


ธัชชัย  ธัญญาวัลย
13 กุมภาพันธ์ 2560


ต่ออายุใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี ง่ายมาก

 
วันก่อน  ไปต่ออายุใบขับขี่  จาก  5 ปี  เป็น  5 ปี  ที่กรมขนส่งทางบก  จตุจักร
 
อุตส่าห์เตรียมสำเนาบัตรอะไรต่าง ๆ  ไปอย่างดี
 
แต่พอถึงเวลาจริง  กลับไม่ได้ใช้เลย
 
เดี๋ยวนี้ระบบราชการ  พัฒนาไปได้ไกลพอสมควร
 
เขาสามารถดึงข้อมูลบัตรประชาชนออกมาได้เลย
 
ไม่ต้องถ่ายเอกสารให้ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว
 
 
ส่วนการต่ออายุใบขับขี่ก็ง่ายมาก ๆ 
 
แค่การทดสอบ  4 อย่าง
 
จากนั้นก็เข้าฟังอบรม
 
การฟังการอบรมก็ไม่น่าเบื่อเลย
 
เพราะมีวิดีทัศน์ที่มีดารามาเป็นคนดำเนินเรื่อง
 
ทำได้สนุกเข้าใจง่าย
 
( แม้น้องมะนาวกับพี่ไทจะเอื่อย ๆ  อยู่นิด ๆ ) 
 
 
ความจริง อยากแนะนำกรมขนส่งทางบกว่า
 
น่าจะเอาโน้ส  อุดม  มาเดี่ยวเกี่ยวกับกฎจราจร
 
หรือเกี่ยวกับการขับรถไปเลย
 
รับรองว่า  ประชาชนจะมีจิตสำนึกเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนมากกว่านี้
 
แน่นอน
 
 
 
Arty
05/02/2560