วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2009

เบื่อพวกรู้ดี


คนชอบเขียนนามสกุลของผมผิด

ย ยักษ์ มันไม่มี การันต์

สิ่งที่ถูกต้องคือ

ธัญญาวัลย

ผู้คนก็ไปเขียนเป็น

ธัญญาวัลย์

จะใส่การันต์ให้นามสกุลผมไปทำไม

เก่งมาก อยากให้มันเป็นอย่างนั้นมาก

ก็ไปตั้งนามสกุล ธัญญาวัลย์ เองซะเลยสิ

เออ

หลายครั้งมาก จนผมชักจะหงุดหงิด

ล่าสุด ใน หนังสือรุ่น

อืม

เซ็ง

โคตรเซ็ง

แต่ก็จะทำอะไรได้

ก็ต้องให้อภัยมัน

เป็นสันดานของมนุษยชาติ

ที่ชอบทำตัวอวดรู้ อวดฉลาด

อาศัยความเคยชิน

ไม่ดูว่าอะไรเป็นอะไร ที่ถูกต้องเป็นยังไง

พอ

อารมณ์เสีย


ธัชชัย ธัญญาวัลย
14/07/2552

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 2009

เราไม่อาจทำให้วันคืนย้อนกลับมา


วันนี้เป็นวันที่อยู่เฉย ๆ มากที่สุดในโลกตั้งแต่เริ่มทำงานหนักมา

ไม่อยากไปไหนหรือทำอะไร

ไม่อยากพูดคุยกับใคร

ไม่อยาก...

แต่ก็ต้องทำจนได้

หุหุ



+.+.+.++.+.+.+.+++++++++++.



เมื่อวานทำงาน เหนื่อยมาก


+0+.+.+.+0+0+.0+.+0+0+



เมื่อเราโตขึ้น

เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

เราจะรู้จักอะไรต่าง ๆ มากขึ้น

และระมัดระวังมากขึ้น

จริงหรือ????


..
...
.....
.....................................................
.
.
.
................



สำหรับเพลงนี้

เราไม่อาจทำให้วันคืนย้อนกลับมา

L L เป็นคนที่ร้องเพลงเพราะมาก

โปรดฟัง

Yesterday - Leona Lewis


จบข่าว

Sir Arty
10/07/2552

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2009

เพลงวัยรุ่น ๆ หุหุ




ฟังเพลงครับ

1. ภาวะโลก Love

2. รักได้รักไปแล้ว

3. สาวอีสานรอรัก

ทิวฟ้า
01/07/2552

7 เรื่องเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์

7 เรื่องเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2552

ดังนี้

1. เงาฝันของผีเสื้อ ของ เอื้อ อัญชลี
2. ทะเลน้ำนม ของ ชัชวาลย์ โคตรสงคราม
3. ประเทศใต้ ของ ชาคริต โภชะเรือง
4. โรงเรียนที่เงียบที่สุดในโลก ของ ฟ้า พูลวรลักษณ์
5. ลับแล,แก่งคอย ของ อุทิศ เหมะมูล
6. โลกใบใหม่ของปอง ของ ไชยา วรรณศรี
7. วิญญาณที่ถูกเนรเทศ ของ วิมล ไทรนิ่มนวล

ARTY
01/07/2552

เงียบกันเถิด


ความจริงวันนี้ว่าจะว่าเรื่องสุขภาพต่อเสียหน่อย

แต่เนื่องจาก ไม่ค่อยอยากฝอยสักเท่าไหร่

ก็เลยเอาเป็นว่า

เงียบ ๆ ดีกว่า

วันนี้ก็เงียบ ๆ ครับ

เงียบกันเถิด

หุหุ

ทิวฟ้า ทัดตะวัน
01/07/2552

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2009

“Indy Short Story Award” 2553

กลุ่มยังไทย Young Thai ขอเชิญทุกท่านส่งผลงานเข้าประกวดรางวัลเรื่องสั้นชั้นดีของคนรุ่นใหม่ “Indy Short Story Award” 2553

เนื่องด้วย กลุ่มยังไทย ( Young Thai ) คนรุ่นใหม่ของวงการวรรณกรรม มีความต้องการสนับสนุน กระตุ้น และกระตุก ให้ยุวชนนักเขียนทุกท่าน เกิดความตื่นตัว คึกคัก คึกครื้น และรื่นเริง ในการสร้างสรรค์ผลงานออกสู่สายตาสาธารณชน จึงได้ทำการจัดการประกวด รางวัลเรื่องสั้นชั้นดีของคนรุ่นใหม่ “Indy Short Story Award” 2553 ขึ้น โดยมีกติกาดังนี้

1. ผลงานมีลักษณะเป็นเรื่องสั้น ไม่จำกัดรูปแบบและเนื้อหาในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยพิมพ์เป็นภาษาไทย ตัวอักษร Cordia New ขนาด 16 จำนวน 1-20 หน้ากระดาษ A4

2. ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นผลงานที่สร้างขึ้นมาใหม่ ไม่เคยเผยแพร่ในสื่อรูปแบบใดมาก่อนทั้งสิ้น ยกเว้นสื่ออินเตอร์เน็ต

3. ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นผลงานที่ผู้ประพันธ์ประพันธ์ขึ้นเอง ไม่ได้ลอกเลียน แปล หรือดัดแปลง มาจากผู้อื่น ทั้งยังไม่เคยส่งเข้าประกวดรางวัลใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาในการประกวดหรือการตีพิมพ์ใด ๆ ทั้งสิ้น ตลอดจนผู้ประพันธ์ต้องมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่ได้รับมอบรางวัล

4. ผู้ประพันธ์มีอายุไม่เกิน 30 ปี โดยนับถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2553 ( ผู้ที่เกิดตั้งแต่1 ตุลาคม 2523 เป็นต้นมา )

5. จะมีการตัดสินรางวัลเรื่องสั้นชั้นดีเป็นประจำทุกเดือน เริ่มจากเดือนกรกฎาคม 2552 – กรกฎาคม 2553 ( โดยรางวัลสุดยอดเรื่องสั้นชั้นดีประจำแต่ละเดือนจะประกาศผลในเดือนถัดไป )

6. ผู้ประพันธ์ 1 คน สามารถส่งเรื่องได้ไม่เกิน 2 เรื่องต่อเดือน

7. รางวัลอาจมีมากกว่าหนึ่งรางวัลหรือไม่มี ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ

8. รางวัลสุดยอดเรื่องสั้นชั้นดีในแต่ละเดือนจะถูกนำไปพิจารณาเป็นสุดยอดเรื่องสั้นชั้นดีของคนรุ่นใหม่ Indy Short Story Award ประจำปี 2553 โดยจะประกาศผลในเดือนกันยายน 2553 และมอบรางวัลในเดือน ตุลาคม 2553

9. รางวัลแบ่งออกเป็นa. รางวัลสุดยอดเรื่องสั้นชั้นดีของคนรุ่นใหม่ Indy Short Story Award ประจำปี 2553 จำนวน 1 รางวัล จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณและของที่ระลึกb. รางวัลชมเชย 5 รางวัล จะได้รับเงินรางวัล 1,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และของที่ระลึกc. รางวัลสุดยอดเรื่องสั้นชั้นดีประจำแต่ละเดือนจะได้รับเกียรติบัตรและของที่ระลึก พร้อมคำวิจารณ์โดยผู้ทรงคุณวุฒิ

10. ผลงานทั้งหมดที่ได้รับรางวัล ( รางวัลยอดเยี่ยมในแต่ละเดือน รางวัลชมเชยและรางวัลยอดเยี่ยมประจำปี ) จะได้รับการตีพิมพ์รวมเล่มโดยสิทธิและค่าลิขสิทธิ์ในการตีพิมพ์ครั้งแรกจะเป็นของกลุ่ม Young Thai

11. ผลงานทั้งหมดที่ส่งมาในแต่ละเดือน จะถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ http://youngthai.blogspot.com อย่างรวดเร็วที่สุดเมื่อได้รับผลงาน และทุกเรื่องจะได้รับคำวิจารณ์จากนักวิจารณ์ อย่างน้อย 5 ท่าน (ขอสงวนสิทธิ์ในการเผยแพร่ผลงานที่ส่งมาครั้งแรกเท่านั้น ไม่รับพิจารณาผลงานเรื่องเดิมที่แก้ไขแล้วส่งมาภายหลัง)

12. เริ่มส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2552 เป็นต้นไป โดยส่งผลงานได้ทางอีเมล์เท่านั้น ที่ youngthai@gmail.com โดยใช้หัวข้อว่า “ส่งผลงานเข้าประกวดเรื่องสั้นชั้นดีของคนรุ่นใหม่ Indy Short Story Award” ในลักษณะการส่งแนบไฟล์ พร้อมทั้งชื่อ-สกุลจริง นามปากกา ( ถ้ามี ) ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ในหน้าแรกและหน้าสุดท้ายของผลงาน ( คณะกรรมการคัดเลือกขอตัดสิทธิ์ไม่พิจารณาผลงานในกรณีที่ท่านไม่ได้ส่งเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก มาด้วยโดยไม่แจ้งให้ทราบเป็นการส่วนตัว)

13. หากผิดกติกาข้อใดข้อหนึ่ง จะถูกตัดสิทธิ์จากรางวัลทันที และจะไม่มีการเลื่อนผลงานอื่นขึ้นมารับรางวัลแทน

14. การตัดสินของคณะกรรมการถือว่าเป็นสิ้นสุด

15. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 086-587-679-2 ( คุณธัชชัย ) หรือ 087-503-353-7 (คุณสุวีณา )จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-16.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 10.00-18.00 น. และ http://youngthai.blogspot.com 24 ชั่วโมง

วันพุธที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2009

ว่าด้วยเรื่องสุขภาพ ตอนที่ 2



ก็อย่างที่ฝอยไว้เมื่อวานนี้

เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ

ของตัวกระผมเอง

ที่เป็นมนุษย์ขี้โรคมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

สมัยก่อนนั้น

จำได้ว่า

ป่วยบ่อยมาก ทำนองว่า สามวันดี สี่วันไข้

มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ไปหาหมอบ่อยกว่าไปโรงเรียนซะอีก

คนแถวบ้านเขาไม่คาดคิดว่าผมจะมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยได้มาจนถึงทุกวันนี้หรอก

บางคนเขาตกใจว่า ผมโตขึ้นมาขนาดนี้ได้ยังไง

เพราะตอนเป็นเด็กตัวเล็กมาก ( ความจริงตอนนี้ก็ตัวเล็กถ้าเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน )

ความจริงก็คือว่า ผมไม่ค่อยกินข้าวปลาอาหารซักเท่าไหร่

ตอนเป็นเด็กรู้สึกว่าจะชอบกินแต่ข้าวเปล่า กับไม่กิน

และไม่ค่อยชอบกินนมด้วย ครูถึงกับขนาดต้องบังคับให้ไปยืนกินนมต่อหน้าให้หมด ในตอนเย็นหลังเลิกเรียน

แล้วไอ้นมนั่นไม่ใช่ว่าอร่อย เป็นนมรสผลไม้ที่มีกลิ่นน่าขยะแขยงเป็นที่สุด

เป็นเหตุให้ผมเกลียดนมเปรี้ยวมาจนทุกวันนี้ ( เพราะเหตุแห่งกลิ่นพวกนั้น )

และจนทุกวันนี้ผมก็ไม่ค่อยชอบดื่มนมสักเท่าไหร่

นอกจากเรื่องนมแล้ว ปัจจุบันผมก็ไม่ค่อยชอบกินข้าวปลาอาหาร

เรียกว่าเป็นมนุษย์กินอาหารยาก

นี่ถ้าพ่อแม่ผมเป็นเหมือนพ่อแม่ชาวบ้านคงลำบากใจไม่น้อย

แต่ด้วยความที่เคยชินกับนิสัยลูกตัวเองที่พูดไม่ค่อยเชื่อฟังแล้วก็เลยไม่เป็นไรมาก

อีกอย่างผมไม่ค่อยได้อยู่ที่บ้านกับพ่อแม่เท่าไหร่นัก

จึงเป็นความอิสระอย่างหนึ่งที่จะประพฤติตามใจตนเองได้อย่างไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ

ว่าด้วยเรื่องอาหารนั้น ผมมีอาหารหลายประเภทที่ไม่กิน คือไม่แตะต้องเลย

อย่างแรก พิซซ่า อาหารบ้าบออะไรก็ไม่ทราบ ไม่มีความอร่อยแม้แต่น้อย อันนี้ผมไม่กิน

อย่างที่สอง ปลา ความจริงถ้าจะเล่าเรื่องทำไมผมไม่กินปลาจะยาวมาก เอาไว้เล่าคราวต่อไป แต่สรุปง่าย ๆ ปลา คาวมาก ผมไม่กิน

อย่างที่สาม พวกแกงที่มีเคื่องเทศกลิ่นฉุนรุนแรง อันนี้เอาไปไกล ๆ รวมทั้งจำพวกผักที่มีกลิ่นฉุน ๆ ด้วย

ไม่ชอบ

สามอย่างแรกนี้ไม่แตะต้อง

แต่สิ่งต่อไปนี้ ถ้าไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้วจึงจะกิน

คือ หมู เป็นอาหารที่ไม่น่ากิน แต่ก็กินได้บ้าง

ไก่ ไม่น่ากินเท่าไหร่ โดยเฉพาะไก่ตอน เนื้อมันจะเหลว ๆ ยังไงไม่ทราบ โดยเฉพาะหนังไก่ อันนี้ไม่กินเด็ดขาด น่าเกลียด

ถ้าเป็นไก่บ้านก็อาจจะกินได้ แต่ก็ไม่ชอบกินไก่อยู่ดี ไข่ก็ไม่ค่อยชอบ โดยเฉพาะไข่ดาวที่มันไม่สุก คาว

สรุปนี่ผมแหลกอะไรบ้าง 555+

ก็ผลไม้ นี่กินได้ ปกติทุกวันี้ก็ยังชีพด้วยผลไม้เป็นส่วนใหญ่

แต่ก็มีผลไม้ที่ผมไม่ชอบ

1. ลิ้นจี่ ฉุน

2. สตอเบอร์รี่ อันนี้ขอลา ไม่ไหว ถึงขั้นไม่แตะต้องเลยก็ว่าได้

ที่ผมชอบก็จะมี

อันดับหนึ่ง แตงโม หุหุ

นอกนั้นก็กินได้ทุกอย่าง จำพวก น้อยหน่า ทุเรียน มังคุด เงาะ ลำไย อะไรเทือกนี้

ความจริงลำไยนี่ผมก็ชอบมากเหมือนกัน อร่อยดี

ส่วนอาหารคาวผมจะกินเนื้อวัวเสียมากกว่า

แต่ต้องเป็นเนื้อวัวที่มันไม่เหนียวน่ะนะครับท่าน

เนื้อเหนียว ๆ ก็ไม่รับประทาน เอาไปไกล ๆ

อาหารทะเล จำพวก กุ้ง หมึก นั้นได้ แต่ ปู นั้นไม่ชอบกิน เพราะมันดูเหมือนไม่ค่อยมีเนื้อเท่าไหร่ กินไปก็ไม่อิ่ม แต่ไอ้ตรงก้ามปูน่ะ มันก็อร่อยดี หุหุ

บางคนถามว่า ผมไม่กินปลา แล้วกินปลาหมึกได้ไง

งี่เง่ารึเปล่า ไม่เคยเรียนวิชาชีววิทยารึไง หมึกน่ะ เป็น mollusk ไม่ใช่ปลาซะหน่อย

อ่านะ

โรตี เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบ กะลูกชิ้นปิ้ง หรือไม่ก็ลูกชิ้นนึ่งอบสมุนไพร อืม นึกแล้วก็อยากกินซะงั้น

เรื่องการกินยากกินเย็นของผมก็มีคร่าว ๆ แต่เท่านี้ รายละเอียดก็ว่ากันอีกที

เอ ว่าแต่ตอนแรก ๆ พูดเรื่องสุขภาพบ่แม่นรึ ทำไมตอนนี้มาเป็นเรื่องอหารเสียอย่างนั้น

ความจริงมันก็เรื่องเดียวกันแหละครับท่าน

เพราะเขาบอกว่า

You are what you eat แดกอย่างไรก็ใช่อย่างนั้น

เอวัง


Sir Arty
4/06/2552


วันอังคารที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2009

ไข้หวัดหมู???


เป็นหวัด

ไปติดจากคนอื่นมา

ไม่ใช่ไข้หวัดหมูนะครับ

หุหุ

พูดผิด ความจริงต้องบอกว่า

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

วู้ เยิ่นเย้อ ยืดยาว วุ่นวาย

ว่าแต่ผมรู้ได้ไงว่าไม่ใช่ไข้หวัดหมู

อืม ก็ เดาเอา

555+

นี่ไช่คำตอบที่ดี

งั้นเราไปดูกันดีกว่าว่า

ไอ้ไข้วัดหมูนี่มันต้องมีอาการอย่างใด


ท่านวิกิบอกว่า

อาการป่วยของผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์เม็กซิโกนั้น จะไม่แตกต่างจากผู้ที่ป่วยด้วยโรคไข้หวัดทั่วๆ ไป ลักษณะของผู้ป่วยจะคล้ายกับเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอ มีน้ำมูก ต้องนำมาแยกเชื้อดูในห้องปฏิบัติการ เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป เชื้อที่อยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอหรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรือติดจากมือ และสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก และตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา ไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อสุกร (เนื้อหมู)


ไม่เคลียร์เลยครับพี่น้อง

สรุปว่า ผมไม่เป็นก็แล้วกัน

ถึงเป็นก็ หุหุ ไม่เป็นไร

เพราะ ตายก็ช่างแม่ง!

อ้าว! ว่าไปนั่น

เป็นไข้ทีไรก็นึกถึงที่บ้าน

สมัยเป็นเด็ก ๆ

ถ้าผมเป็นไข้

ที่บ้านจะวุ่นวายมาก

และ พ่อกับแม่จะเป็นกังวลเรื่องการกินยาทุก ๆ 4 ชั่วโมงเป็นอย่างยิ่ง

ขนาดตั้งนาฬิกาปลุกตอนกลางคืนและปลุกผมมากินยา ( ฮา )

ความจริงไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้

แต่ก็อย่างไรล่ะครับ

มันเป็นคำสั่งหมอ

และพ่อแม่ก็รักลูกมากเสียด้วย

ผมเคยป่วยเกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่ง

และก็ป่วยกระเสาะกระแสะเรื่อยมา

เรียกว่า เป็น "เด็กขี้โรค" นั่นแหละ

จนทุกวันนี้ก็ขี้โรค

เพราะเป็นภูมิแพ้สม่ำเสมอ ไม่หายขาด

อ่านะ

ความจริงผมอยบากฝอยเรื่องสุขภาพมากกว่านี้

แต่เวลาหมด

เอาเพียงเท่านี้ก่อน

แล้วค่อยเจอกัน


ทิวฟ้า
23/06/2552

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 2009

พึงประกอบความดีเถิด อย่าประกอบความชั่วเลย


อืม

งานเยอะ อีกเช่นเคย

ผมก็บ่นว่างานเยอะตลอดนั่นแหละ

งานมาก มากงาน

บางคนแก่แล้วทำตัวงี่เง่า

บางคนงี่เง่าเพราะทำตัวแก่


เอ่อ อันนี้ไม่ได้ว่าใคร

บางคนที่แก่ตัวลงไปแล้วโวยวายไม่เข้าเรื่อง

ประเภทว่า กูถูกเสมอ พวกมึงผิดหมดเนี่ย

เขาเรียกว่า

พลังหมด

กำลังจะเข้าสู่ภาวะความเป็นบ้า

เพ้อ และ ประสาทแดก!

กรุณา

ท่านที่แก่แล้ว

ควรสำรวมกายวาจาใจ

เข้าวัดฟังธรรม

ปล่อยวาง

และบำเพ็ญสมาธิเสียบ้าง

จะได้ไม่เป็นบ้า

ด้วยความปราถนาดี


จบข่าวที่ 1

( ซึ่งไม่รู้ฝากไปถึงใครเป็นพิเศษ รึเปล่า )



ในการเดินทางของชีวิตครั้งหนึ่ง ๆ

เราควรพิจารณอะไรบ้าง

1. เรามาอย่างไร

2. เราอยู่อย่างไร

3. เราจะไปอย่างไร

4. เราพร้อมหรือไม่

5. เราจะตายเมื่อไหร่

6. เราตายแล้วไปไหน

7. เราจะเป็นอย่างไรต่อไป


บุคคลผู้ใคร่ครวญได้ดังนี้ และหาคำตอบได้

ก็นับว่าเกิดมาไม่สูญเปล่า

ผู้ดำริไม่ได้ดังนี้

ก็น่าเศร้านัก

เพราะมีแต่ความมืดเป็นที่ไป

เอวัง


จบข่าวที่ 2


ณ กาลปัจจุบันอันเราอาศัยได้ใช้ชีวิตอยู่นี้

นับว่าเป็นกาลสมัยที่ดีนัก

หาได้ยาก

พึงประกอบความดีเถิด

อย่าประกอบความชั่วเลย

พึงทำจิตให้ขาวรอบเถิด

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดังนี้


จบข่าวที่ 3


ธัชชัย
18/06/2552

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 2009

เชิญทุกท่านร่วมชมศิลปะการแสดงสดและอ่านบทกวี



เชิญทุกท่านร่วมชมศิลปะการแสดงสดและอ่านบทกวี


วันที่ 20 มิถุนายน นี้


ชั้น 5 ห้อง Auditorium


หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร


ตั้งแต่เวลา 17.00 น.



รายละเอียดเพิ่มเติม


: สมพงษ์ ทวี’ 08-1696-6735

: จิตติมา ผลเสวก 08-1583-7493


ARTY รายงาน

13/06/2552