เล่าเรื่อง เด็กชายผู้ถูกผีหลอก [รวมบทกวี] ภาค ๑





ได้ฤกษ์เปิดตัวเสียที

กับรวมบทกวี

ที่พากเพียรเขียนสะสมมา

เป็นระยะเวลาถึง  ๔  ปี

ซึ่งหากไม่มีบันทึกไว้ในต้นฉบับ

ข้าพเจ้าก็คงลืมเลือนไปแล้วว่า

เรื่องแรกที่เขียนขึ้นมานั้น

เขียนไว้เมื่อไหร่

เพราะธรรมดาสัญญาย่อมเลือนไปตามกาล


มีทั้งหมด  ๔๒  เรื่อง  ในเล่มนี้

เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัยเยาว์อันเขลา, ขลาด

เป็นเรื่องเกรียน ๆ  ในวันวาน  ซึ่งบางเรื่อง

ข้าพเจ้าก็ไม่ได้บันทึกไว้ในไดอารี่

หากมันอยู่ในความทรงจำตลอดเวลา


ความจริงข้าพเจ้าก็ไม่รู้หรอกว่า

แต่ละเรื่องราวมันอยู่ในไดอารี่หรือเปล่า

เพราะจำไม่ได้

ข้าพเจ้ามีไดอารี่เกือบสี่สิบเล่มแล้วตอนนี้

ก็ไม่รู้ว่าบันทึกหรือไม่บันทึกอะไรลงไปบ้าง


"เด็กชายผู้ถูกผีหลอก"

เป็นส่วนหนึ่งของความหลังในวัยเยาว์

ที่ถูกบอกเล่าผ่านบทกวี

ที่เป็นบทกวีไร้ฉันทลักษณ์

ที่เป็นการเล่าในสไตล์ของข้าพเจ้า


เกี่ยวกับภาพปก

หลายสิบแบบที่ทำขึ้นมา

เรียกได้ว่า  ทำกันจนมือหงิก

เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่

สลับตรงนั้นตรงนี้

เปลี่ยนสี

เปลี่ยนตัวอักษร

ซึ่งแน่นอนว่า

คนทำปก  หรือนักออกแบบ

คงรู้กันดี

เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้

และท้ายที่สุด

ก็เป็นที่พอใจของทุกฝ่ายทุกคน

ก็ลงตัวที่ปกดังกล่าว


เกี่ยวกับภาพปก

ภาพนี้ข้าพเจ้าถ่ายเอง

ถ้าจำไม่ผิดก็คงเป็นปีเดียวกับที่เริ่มเขียนบทกวี

ข้าพเจ้าวางแผนเอาไว้ว่า

จะทำเรื่องนี้

คือรวมบทกวีชุดผีหลอก

เป็นรวมบทกวีที่ใช้เวลานานในการเขียน

คือกว่าจะได้

ก็ปาเข้าไปถึงสี่ปี

ความจริงก็มีอีกหลายบท

ที่ข้าพเจ้าคัดทิ้งไป


เกี่ยวกับภาพปก

ผีตัวนี้ข้าพเจ้าปั้นขึ้นมาเอง

ด้วยดินน้ำมัน

ตอนนี้มันไม่อยู่แล้ว

เพราะข้าพเจ้าย้ายที่อยู่บ่อย

มันก็บิดเบี้ยวไปเรื่อย

และถูกทุบกลายเป็นก้อนเดิม

เหมือนเช่นที่มันเคยเป็นมา

ซึ่งความจริงมาก ๆ  ก็คือ

ข้าพเจ้าตั้งใจปั้นเพื่อถ่ายรูปมัน

เพื่อใช้เป็นหน้าปกของหนังสือเล่มนี้

โดยเฉพาะ


เกี่ยวกับภาพปก

สมัยข้าพเจ้าเป็นเด็ก

ข้าพเจ้าเคยได้เกรด ๒  วิชาศิลปะ

ตอนอยู่  ม. ๒

หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ

หรืออาจจะ ม. ๑

เพราะข้าพเจ้าขาดส่งงานหลายอย่าง

ความจริงคือ

ข้าพเจ้ามักจะป่วย

ในวันที่ต้องเรียนวิชาศิลปะ

ทำให้ขาดการสอบเก็บคะแนนในคาบ

และข้าพเจ้าก็ไม่ได้กระตือรือร้นไปทำนอกคาบ

หรือไปสอบซ่อม

แม้กระทั่งวิชาปั้น

ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ส่งงาน

ข้าพเจ้าเห็นเพื่อนส่งรูปปั้นที่เป็นวัว  เป็นควาย

ซึ่งดูท่าทางโง่ ๆ  อย่างไรพิกลแล้ว  ข้าพเจ้าก็ให้สลดใจ

ไม่อยากปั้นงานห่วย ๆ  โง่ ๆ  อย่างนั้น

และข้าพเจ้าก็พยายามปั้นให้ดี

แต่ก็ไม่ดีสักที

ข้าพเจ้าจึงไม่ได้ส่ง

ความจริงข้าพเจ้าตั้งใจจะส่งรูปผี

คือมันแอ๊บสแตร็กมาก

ข้าพเจ้าเอาดินน้ำมันมาขยำ ๆ  

แล้วก็เจาะเป็นตา  เป็นปาก

แล้วก็เรียกมันว่าผี

ซึ่งแน่นอนว่า

มันต้องเป็นผลงานที่ดีที่สุด

เพราะขึ้นชื่อว่าผี

มันเป็นรูปร่างตามจินตนาการของเรา

ไม่มีการประเมินว่า

มันเหมือนจริงขนาดไหน

หรือห่วยแตกอย่างไร

เพราะผีก็คือผี

ถ้าผีของเราเป็นอย่างนี้

มันก็ย่อมเป็นเรื่องของเรา

ความจริงมันก็อาจเป็นเพียงการปกปิดปมด้อย

ที่เราไม่สามารถปั้นรูปอื่นให้สวยเท่าที่ใจนึกได้

อย่างนั้นก็ได้


ข้าพเจ้าดีใจที่งานชิ้นนี้เสร็จสิ้นลงเสียที

( แม้จะยังไม่เรียบร้อย  ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม )

เพราะถือเป็นผลงานชิ้นที่ข้าพเจ้าตั้งใจมาก

และเป็นไปตามที่ตั้งใจไว้

ในทุก ๆ  เรื่อง


วันนี้ดึกแล้ว

วันหลังจะมาโม้ใหม่

ราตรีสวัสดิ์ครับ


Arty
26  09  2015

อ่านภาค ๒  คลิกที่นี่
อ่านภาค ๓  คลิกที่นี่
อ่านภาค ๔  คลิกที่นี่
อ่านภาค ๕  คลิกที่นี่
อ่านภาค ๖  คลิกที่นี่